บทที่ 1 ร่มกันฝน 1-1

 CHAPTER 1

ร่มกันฝน

จากมุมนี้มองเห็นได้ชัดมากเชียวละ...

ภาพแผ่นหลังของบุคคลทั้งสองที่กางร่มกันฝนพลางยืนหัวเราะต่อกระซิก ชายหนุ่มโอบประคองหญิงสาวราวกับอัศวินที่ปกป้องเจ้าหญิง บังฝนไม่ยอมให้แม้สักเม็ดกระเด็นมาโดน

ซึ่งต่างกับเธอเหลือเกิน...

ท่ามกลางสายฝนโปรยปรายลงมา เรือนร่างบอบบางเปียกปอนจนเสื้อผ้าที่สวมใส่ลู่ติดกาย ความหนาวเย็นซึมซ่าบ คล้ายจะฝังแน่นเข้าไปถึงหัวใจ ข้างหูยังได้ยินเสียงกระซิบคอยตอกย้ำ ว่าตลอดมาเธอโง่งมขนาดไหน

“คำว่าตลอดไปสำหรับผู้ชายมันไม่มีอยู่จริงหรอกนะ เห็นนั่นไหม พวกเขากำลังทำเรื่องที่ผิดต่อคุณ เพราะฉะนั้นเลิกโง่ และตาสว่างได้แล้ว”

.

.

.

“พยากรณ์อากาศวันนี้เข้าสู่ปลายเดือนกุมภาพันธ์แล้ว ฝนหลงฤดูไม่ได้พบบ่อย แต่ก็มีทีท่าว่าจะมาในเย็นวันนี้ สำหรับทุกคนที่มีแววจะออกนอกบ้าน อย่าลืมพกร่มกันฝนไปด้วยนะคะ ด้วยความห่วงใยจากสำนักงานกรมอุตุนิยมวิทยา”

เสียงผู้ประกาศข่าวดังจากทีวี ส่งผลให้หญิงสาวในชุดผ้ากันเปื้อนสีครีมเงยหน้าขึ้นจากซิงค์ล้างจาน ดวงหน้าหวานแฉล้มแดงเรื่อจากการใช้แรง ปลายจมูกโด่งพุ่งโฉบเฉี่ยว ทำให้ใบหน้าของเธอทั้งสวยทั้งดุในเวลาเดียวกัน

เดหลีเม้มปากใคร่ครวญอะไรบางอย่าง ก่อนบันไดชั้นสองจะปรากฏฝีเท้ามีน้ำหนักของผู้ชายตัวโต

“จะไปทำงานแล้วเหรอคะ”

เช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนลวกๆ ปรี่มาช่วยชายหนุ่มตรวจเช็กความเรียบร้อย ครั้นพบว่าดวงหน้าคมคายของสามียังหล่อตรึงตรากระทั่งกาลเวลาก็ทำอันตรายไม่ได้ เดหลีจึงโน้มลำคอแกร่งลงมามอบจูบให้

“รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวเดไปหยิบร่มให้”

คว้าข้อมือบางพลางเลิกคิ้ว “นี่มันหน้าร้อนอยู่เลย คงไม่จำเป็นต้องใช้ร่มหรอก”

อันที่จริงเป็นหน้าหนาว ทว่าอากาศเมืองไทยดันเทียบเคียงกับนรกได้

เดหลียิ้มพลางพเยิดหน้าไปทางทีวี “พยากรณ์อากาศวันนี้น่ะสิคะ บอกว่าอาจจะมีฝนตกในตอนเย็น” ลูบคอเสื้อให้เข้าที่แล้วตบเบาๆ หนึ่งที “รอสักครู่นะคะ”

รอยยิ้มกระจ่างตาของภรรยาทำเอาชายหนุ่มไม่กล้าปฏิเสธ ครั้นคล้อยหลังหญิงสาวเขาค่อยส่องใบหน้ากับประตูตู้เย็นแล้วจัดระเบียบทรงผม

ในวัยสามสิบปี คีรันยังถือว่าหนุ่มแน่น เขาประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจบุกเบิกเส้นทางในวงการบันเทิง จนปีนี้บริษัทรันเอนเตอร์เทนเมนต์เติบโตขึ้นมาเป็นหนึ่งในยักษ์ใหญ่

มือข้างหนึ่งกอดดาราและศิลปินชื่อดังเป็นจำนวนมาก ส่วนมืออีกข้างกุมอำนาจทางเศรษฐกิจเอาไว้มั่น

เพราะฉะนั้นคีรันจึงได้ชื่อว่าเป็นซีอีโออายุน้อยและหล่อเหลาคนหนึ่ง ความโด่งดังของเขาเทียบเคียงกับดาราระดับเอที่มีผู้ติดตามหลักล้าน

สื่อมวลชนสนใจชีวิตประจำวันของเขามาก ส่วนสาวๆ มีเกินครึ่งแสนที่อยากตกกระป๋องโชคดีมาเป็นคนของเขา แต่ทว่าพวกหล่อนต้องพบกับความผิดหวัง เพราะท่านประธานคีรันมีภรรยาแล้ว

และเดหลีผู้โชคดีที่ได้แต่งงานกับท่านประธานสุดฮอตขณะนี้กำลังก้มๆ เงยๆ อยู่ในห้องเก็บของ ฉับพลันสายตาก็ปะทะเข้ากับร่มเก่าเก็บคันหนึ่ง

สีสันซีดจางไปบ้างแล้ว ทว่าไม่ส่งผลกับการใช้งาน มือเรียวหยิบมันขึ้นมาปัดฝุ่น และช่างบังเอิญเหลือเกิน ที่ร่มคันนี้ดันเป็นร่มเมื่อครั้งสมัยวัยรุ่นของพวกเธอ

ตากลมสวยหวนนึกถึงความทรงจำในอดีต คีรันในชุดนักเรียนมัธยมปลายวิ่งฝ่าสายฝนมาหาเธอแล้วมอบร่มคันนี้ให้ โดยตัวเองเปียกปอนไปทั้งตัว ทว่าเธอที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขากลับไม่ได้รับแม้แต่ละอองฝน

และในตอนนั้นเองกระมังที่เดหลีพบว่าผู้ชายคนนี้คงจะเป็นที่พึ่งของเธอในอีกครึ่งชีวิตให้หลัง จึงตกปากรับคำเป็นแฟนเขา ต่อมาเมื่อเรียนจบมหา’ ลัย พวกเธอก็แต่งงานกันใช้ชีวิตคู่จวบจนเข้าสู่ปีที่เจ็ด...

อมยิ้มอย่างนึกสนุก หยิบร่มคันนั้นออกจากห้องเก็บของ เมื่อคีรันพบร่มในมือภรรยาก็เพียงรับมา หลังหอมแก้มนวลซ้ายขวาขาเรียวยาวค่อยก้าวออกจากบ้าน

เดหลีอ้าปากค้างตั้งท่าจะเอ่ยบางอย่าง แผ่นหลังกว้างของสามีก็จากไปเสียแล้ว เธอได้แต่พ่นลมหายใจหนักๆ ออกมาแล้วตะโกนบอก

“คืนนี้กลับเร็วหน่อยนะคะ...”

ชายหนุ่มโบกมือให้เธอ ก่อนจะก้าวขึ้นรถเบนซ์คันหรูของตัวเอง ส่วนร่มที่พกติดมือมาก็ถูกโยนส่งๆ ไว้เบาะหลัง

หญิงสาวเห็นการกระทำของสามีได้แต่เม้มปากกลั้นอารมณ์

เอาเถอะ เธอไม่ใช่คนงี่เง่าขนาดนั้น ยังไงซะคนเราก็ลืมกันได้อยู่แล้ว...

กลับเข้าบ้านทำงานครัวของตนเองต่อ กระทั่งใกล้เที่ยงงานบ้านทุกอย่างก็เสร็จ หญิงสาวกวาดตามองนาฬิกาข้อมือก่อนจะนิ่วหน้า

ตายแล้ว ลืมแม่สามีไปสนิทเลย

นับแต่เดหลีแต่งงานกับคีรัน เรือนหอของพวกเธอก็ปลูกอยู่ใกล้บ้านพ่อแม่ เพราะผู้อาวุโสทั้งสองอายุเลยวัยกลางคนไปมากแล้ว จึงต้องการให้ลูกๆ มาอยู่ใกล้ตัวหน่อย เวลาคิดถึงจะได้ไปมาหาสู่สะดวก

คีรันเป็นลูกกตัญญูไม่สะดวกขัดใจแม่ เรือนหอของพวกเธอสามีภรรยาจึงถูกปลูกอยู่ในบริเวณผืนดินที่เหลือจากบ้านใหญ่ ซึ่งเป็นไปตามความต้องการของแม่สามี แต่ทว่าพอเอาเข้าจริงๆ แม่สามีกลับมาเยี่ยมเรือนหอของพวกเธอแทบนับครั้งได้ เป็นเดหลีเสียอีกที่ต้องไปบ้านใหญ่ทุกวัน

พูดกันตามตรง เมื่อก่อนความสัมพันธ์ระหว่างแม่ผัวลูกสะใภ้ไม่ใคร่จะดีนัก กับเธอแม่สามีค่อนข้างจู้จี้จุกจิกด้วย เดหลีพยายามอดทนมาโดยตลอด กระทั่งผ่านมาเจ็ดปีแม่สามีคงจะเหนื่อยหน่ายถึงได้เลิกกลั่นแกล้งเธอ

แต่ทว่านั่นก็ตั้งอยู่บนเงื่อนไขบางอย่าง

เช่นว่าเดหลีต้องห้ามไปบ้านใหญ่สายเกิน 10 โมงเช้า

ตาคมกวาดมองเวลาสิบเอ็ดโมงกว่าๆ หนังศีรษะพลันเย็นวาบเริ่มได้กลิ่นความยุ่งยาก รีบสลัดผ้ากันเปื้อนหลุดจากตัว วิ่งป่าราบไปบ้านหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่เยื้องๆ กัน ขณะวิ่งก็สังเกตสภาพแวดล้อมในบ้านไปด้วย

บ้านของพ่อแม่สามีเป็นบ้านหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์น ด้านหน้าเป็นสนามหญ้าสีเขียวเอาไว้เดินเล่นชมดอกไม้ ส่วนด้านหลังเป็นสระน้ำสำหรับผ่อนคลาย หญิงสาวกวาดมองแวบหนึ่ง ก่อนจะตรงดิ่งเข้าบ้านไป ระหว่างนั้นก็เตรียมใจสำหรับโดนดุไปด้วย แต่ทว่าเห็นทีเดหลีจะเตรียมใจเสียเปล่า เพราะสถานการณ์ภายในบ้านไม่เอื้ออำนวยให้แม่สามีหันมาเอาเรื่อง เนื่องจากหล่อนมีสิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าลูกสะใภ้อย่างเธออยู่

แอบจัดระเบียบลมหายใจของตนเองแล้วทักทาย “คุณแม่คะ”

แก้วทิพย์ได้ยินเสียงของลูกสะใภ้พลันเหลือบตาขึ้นมอง ครั้นพบเจอหญิงสาวในสภาพรุงรังราวกับคนรับใช้ก็ขมวดคิ้วไม่สบอารมณ์

“มาแล้วเหรอ” พูดเพียงเท่านั้น ก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับคนข้างตัวต่อ

ในตอนนั้นเองที่เดหลีสังเกตเห็นชายหนุ่มข้างกายแม่สามี

คีรินเหรอ?

บทถัดไป